(Privacy Policy)
(ปรับปรุง ณ.วันที่ 1 เมษายน 2569)
บริษัท โมริโรคุ โมบิลิตี้ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซึ่งต่อไปในประกาศฉบับนี้จะเรียกว่า บริษัทฯ) เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และที่เป็นนิติบุคคล (ซึ่งต่อไปในประกาศฉบับนี้จะเรียกว่าท่าน) รวมถึงผู้ปฏิบัติงาน และพนักงานของท่าน และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าท่านได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) รวมถึงการลบ และทำลาย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งช่องทางออนไลน์ และช่องทางอื่น ๆ เมื่อท่านใช้แอปพลิเคชันมือถือ Proof of Delivery ของหน่วยงาน Delivery (DPOD) ที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ และดำเนินการพัฒนาโดย บริษัท เจเนอรัล อิเลคทรอนิค คอมเมอร์ช เซอร์วิสเซส จำกัด หรือดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นของบริษัท (รวมเรียกว่า “บริการ”) ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ซึ่งมีใจความสำคัญโดยสังเขป ดังนี้
นโยบายฉบับนี้ใช้เพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์ และรายละเอียดของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อันหมายความถึงข้อมูลของบุคคลธรรมดาเท่านั้น ไม่รวมถึงนิติบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา แต่ไม่ครอบคลุมถึงข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตแล้ว
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ บริษัท โมริโรคุ โมบิลิตี้ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย อันได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครใช้บริการ
|
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม |
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม |
ฐานทางกฎหมาย |
|
|
· ชื่อ รวมถึง ชื่อผู้ใช้ (Username) · วัน/เดือน/ปีเกิด · หมายเลขบัตรประชาชน · ตำแหน่ง (Location) · กล้อง (Camera) · สถานะโทรศัพท์ (Phone State) |
เพื่อดำเนินการ หรือสนับสนุนการใช้บริการของท่าน |
การปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการ
|
|
|
คุกกี้ประเภทจำเป็นถาวร (Strictly Necessary cookies) |
เพื่อให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทฯ ได้อย่างปลอดภัย จึงไม่สามารถปิดการใช้คุกกี้ประเภทนี้ได้ |
การปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการ |
|
บริษัทฯไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลศาสนาและหมู่โลหิตที่ปรากฏอยู่ในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใดโดยเฉพาะ หากท่านได้มอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่ บริษัทฯ ขอให้ท่านปกปิดข้อมูลดังกล่าว หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลข้างต้น ถือว่าท่านอนุญาตให้ บริษัทฯ ดำเนินการปกปิดข้อมูลเหล่านั้น และถือว่าเอกสารที่มีการปกปิดข้อมูลดังกล่าว มีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้ตามกฎหมายทุกประการ ทั้งนี้ หาก บริษัทฯ ไม่สามารถปกปิดข้อมูลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น
ในกรณีที่ บริษัทฯ จำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดของท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านเป็นกรณีไป
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยการขอข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีบางกรณีที่ บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของจากท่านจากช่องทาง ดังนี้
ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง โดย บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลดังนี้
· จากความสมัครใจของเจ้าของข้อมูล ในการทำแบบสอบถาม (survey) หรือ การโต้ตอบทาง email หรือ ช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่าง บริษัทฯ และท่าน
· เก็บจากข้อมูลการใช้ website ของ บริษัทฯ ผ่าน browser’s cookies ของท่าน
· กรณีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่น ๆ ที่มีข้อมูลอ่อนไหวตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้รับมอบฉันทะขีดฆ่าหรือปกปิดข้อมูลอ่อนไหว หากมิได้ขีดฆ่าหรือปกปิดข้อมูลดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการขีดฆ่าหรือปกปิดข้อมูลเพื่อคุ้มครองข้อมูลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
โดย บริษัทฯ จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบรวมถึงจะดำเนินการขอความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้หากไม่สามารถติดต่อเจ้าของข้อมูล ทาง บริษัทฯ จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบอย่างช้าเมื่อสามารถติดต่อได้ในครั้งแรก เว้นแต่กรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมหรือแจ้งเจ้าของข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
ในบางกรณี บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่าน เช่น เพื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังระบบคลาวด์ (Cloud) ที่มีแพลตฟอร์มหรือเครื่องแม่ข่าย (Server) อยู่ต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริการของ บริษัทฯ ที่ท่านใช้งานหรือมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นรายกิจกรรม
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่จัดทำนโยบายฉบับนี้ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลยังมิได้มีประกาศกำหนดรายการประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ดังนี้ เมื่อ บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทาง บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอตามมาตรฐานสากล หรือดำเนินการตามเงื่อนไขเพื่อให้สามารถส่งหรือโอนข้อมูลนั้นได้ตามกฎหมาย ได้แก่
1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้บริษัทฯ ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
2)
ได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทาง มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ตามประกาศรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด
3) เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญากับ บริษัทฯ หรือเป็นการทำตามคำขอของท่านก่อนการเข้าทำสัญญานั้น
4) เป็นการกระทำตามสัญญาของ บริษัทฯ กับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของท่าน
5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือของบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
6) เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
|
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล |
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรักษา |
ระยะเวลาในการจัดเก็บ |
|
|
รายละเอียดส่วนบุคคล |
· ชื่อ รวมถึง ชื่อผู้ใช้ (Username) · วัน/เดือน/ปีเกิด · หมายเลขบัตรประชาชน · ตำแหน่ง (Location) · กล้อง (Camera) · สถานะโทรศัพท์ (Phone State) |
ตลอดสัญญาการใช้บริการ และหลังจากยกเลิกการใช้บริการ 1 ปี เพื่อความสะดวกในการกลับมาใช้บริการใหม่ |
|
ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในแบบแจ้งฉบับนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่ บริษัทฯ ยังคงจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ และอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อีกทั้งยังอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ตามช่องทางที่ บริษัทฯ กำหนด
7.1 สิทธิในการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ท่านมีสิทธิเข้าถึง และได้รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ บริษัทฯ มีอยู่หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านอาจเห็นว่ามิได้ให้ความยินยอมไว้ เว้นแต่กรณีที่ บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
7.2 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ท่านมีสิทธิขอให้ บริษัทฯ ทำการแก้ไข หรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
7.3 สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ท่านมีสิทธิขอให้ บริษัทฯ ลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เว้นแต่กรณีที่ บริษัทฯ จะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
7.4 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ท่านมีสิทธิขอให้ บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่กฎหมายกำหนด อาทิ
· บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำขอใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
· กรณีที่ท่านขอให้ บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทนการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากท่านมีความจำเป็นต้องขอให้ บริษัทฯ ฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
7.5 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่ บริษัทฯ ดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ
เว้นแต่กรณีที่ บริษัทฯ มีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น บริษัทฯ สามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ)
7.6 สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่ บริษัทฯ สามารถทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้ บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ บริษัทฯ ได้ส่งหรือโอนไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่ บริษัทฯ ไม่สามารถทำได้โดยสภาพทางเทคนิค หรือ บริษัทฯ มีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
7.7 สิทธิในการขอถอนความยินยอม
ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับ บริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ ตามขั้นตอน และวิธีการที่ บริษัทฯ กำหนด โดย บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น เว้นแต่โดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ ก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว
ท่านสามารถแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิเพื่อตรวจสอบ และเปลี่ยนแปลงการให้ความยินยอมในการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ได้ผ่านช่องทางการใช้สิทธิตามที่ระบุด้านล่าง
7.8 สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในกรณีที่เห็นว่า บริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยท่านสามารถแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ได้ผ่านช่องทางการใช้สิทธิตามที่ระบุด้านล่างของเอกสาร
ทาง บริษัทฯ มีสิทธิในการเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม
หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ทาง บริษัทฯ เก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งทาง บริษัทฯ เพื่อขอถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้ผ่านช่องทางการใช้สิทธิตามที่ระบุด้านล่าง
9.1 การเก็บข้อมูลเป็นความลับ และเปิดเผยต่อบุคลากรที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้เท่านั้น
9.2 การจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ที่ครอบคลุมทั้ง 3 ประเด็น ดังนี้
· การธำรงไว้ซึ่งความลับ (confidentiality)
· ความถูกต้องครบถ้วน (integrity)
· สภาพพร้อมใช้งาน (availability)
9.3 การจัดให้มีมาตรการการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด ในด้านการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่
· มาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ
· มาตรการป้องกันด้านเทคนิค
· มาตรการป้องกันด้านกายภาพ
9.4 ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมดำเนินการให้มีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น
บริษัทฯ จะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และ กฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยนโยบายฉบับนี้จะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหากได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว ทาง บริษัทฯ จะทำการแจ้งให้ทราบ
ชื่อ: บริษัท โมริโรคุ โมบิลิตี้ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด
สถานที่ติดต่อ: 60/11 หมู่ที่ 3 ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง 21140
ช่องทางการติดต่อ โทรศัพท์ 038-015-020
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โทร. 061-675-5153, 061-675-5154
02-141-6993, 02-142-1033
Email : pdpc@mdes.go.th